ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับสู่พื้นที่ธรรม มหัศจรรย์ และอจินไตย dr.natdhnond@gmail.com, dr.natdhnond@hotmail.com

วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

(007) การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานสีดำ


สงวนลิขสิทธิ์โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
อนุญาตให้นำไปเผยแพร่ได้ด้วยการอ้างอิงตามหลักวิชาการเท่านั้น

การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล


1. อารัมพบท

ท่านทั้งหลาย ท่านคงรู้จักพระสมเด็จวัดระฆังอันโด่งดังที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จริงรู้เแท้ว่า เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระนิยตโพธิสัตว์เจ้าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้สร้างหรืออธิษฐานจิตพระเครื่องและวัตถุมงคลอันล้ำค่ามากน้อยเพียงใด แม้เซียนโบราณผู้เป็นปรมาจารย์ทางด้านพระเครื่องของเมืองไทยในอดีต จะได้ศึกษาค้นคว้าและรจนาออกมาทั้งแบบหลักวิชาการ ผสมผสานความพิศดาร และแสดงความคิดเห็นส่วนตนเข้าไปมากมาย จนกลายมาเป็นคัมภีร์ผูกมัดเซียนให้เดินตามอย่างดิ้นไม่ออก อย่าลืมว่า แม้เซียนโบราณท่านจะได้สะสมความรู้อย่างอุตสาหะ แต่ข้อเท็จจริงตัวท่านเองก็เกิดไม่ทันเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ดังนั้น ความรู้ ความเห็นและประสบการณ์ที่ท่านมี จึงเป็นความจริงแท้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ความจริงแท้ที่ท่านไม่สามารถค้นพบ หรือมีอคติส่วนตัว อาจทำให้ท่านมองเห็นต่างจากความจริง จนทำให้พลาดโอกาสที่จะเสนอความจริงได้ทั้งหมดหรือไม่ครบทุกด้าน ด้วยเหตุนี้ การที่จะสรุปว่าความรู้ของท่านนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว ไม่มีความรู้อื่นใดมาหักล้างได้ จึงเป็นการปิดกั้นผู้อื่นมิให้เข้าถึงความรู้ที่แท้จริงได้ นี่คือความจริงของการศึกษาตามหลักวิชาการ ที่ต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้อื่นสามารถต่อยอดความรู้ได้...การศึกษาใบไม้ในกำมือ ก็รับรู้ได้แค่เพียงในกำมือ... หากเปิดใจศึกษาใบไม้นอกกำมือ ก็จะสามารถเปิดไปสู่ความรู้ที่กว้างไกลมากขึ้น...

พระสมเด็จวัดระฆัง ถือเป็นสุดยอดจักรพรรดิ์ของพระเครื่องในปัจจุบัน ความพิศดาร มหัศจรรย์ หรืออจินไตย ที่แฝงอยู่ในองค์พระ จึงเป็นสิ่งที่เร้นลับแห่งองค์ผู้สร้าง ผู้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือกาลเวลา และอีกมากมาย วิสัยขององค์นิยตโพธิสัตว์เจ้า จึงอยู่เหนือการรับรู้ของปุถุชนคนธรรมดา หรือแม้แต่พระอริยสงฆ์ที่ยังไม่หลุดพ้น ก็มิสามารถเข้าไปหยั่งรู้ความจริงขององค์ท่านได้ แล้วพวกเราๆ คนธรรมดาจะไปรู้แจ้งทั้งหมดกระนั้นหรือ ผมเอง จึงพยายามเปิดพื้นที่ความรู้ออกไปสู่การศึกษาแบบใบไม้นอกกำมือ แต่ก็ยังรักษาความรู้ใบไม้ในกำมืออยู่ ด้วยวิธีการต่อยอดออกไป จะถูกจะผิดก็เป็นหน้าที่ของคนอื่นที่จะค้นหาต่อไป การศึกษาทางโลกมันก็เป็นเยี่ยงนี้ เกิดมาอีกกี่ภพกี่ชาติ จบปริญญาเอกเป็นล้านๆใบ ก็ยังเรียนไม่จบ แต่การศึกษาทางธรรมและปฏิบัติตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น สามารถเรียนจบได้... แล้วท่านหละจะเลือกศึกษาแบบใด


2. การศึกษาตามหลักวิชาการ

การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆังที่สร้างหรืออธิษฐานจิตโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จากหนังสือ "ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ" นิพนธ์โดย "ตรียัมปวาย"ซึ่งถูกตีพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง (ครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2495 และล่าสุดครั้งที่ 5 ปี พ.ศ. 2515) จึงนับเป็นหนังสือนิพนธ์พระเครื่องฯ ที่เป็นอมตะและเป็นครูให้กับเซียนที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน การศึกษาพระสมเด็จวัดระฆัง โดยเฉพาะพระเนื้อผงใบลานสีดำ จากหนังสือเล่มดังกล่าวนั้น ตรียัมปวาย ได้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาเรื่องเนื้อพิเศษว่า


"นอกจากเนื้อมาตรฐานที่เรียกว่า "เนื้อปูนปั้น" ดังกล่าวแล้ว ยังมีผู้เชื่อว่า พระสมเด็จฯ อาจมีเนื้อชนิดที่สร้างด้วยเนื้อชนิดอื่นๆอีกเช่น

ก. เนื้อผงใบลานเผา (ดำ) เนื้อชนิดนี้เท่าที่สืบทราบไว้ คือ พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบจาก พระธรรมถาวร อาจารย์ของท่านว่า เจ้าประคุณสมเด็จฯ ได้เคยสร้างพระสมเด็จฯเนื้อชนิดนี้เหมือนกัน แต่มีจำนวนน้อยมาก ทั้งนี้เพราะเป็นการสิ้นเปลืองผงใบลานเผามาก โดยปรกติแล้วเจ้าพระคุณสมเด็จฯ จะใช้ผงใบลานเผา ซึ่งเกิดจากการเผาแผ่นใบลานที่ท่านได้จารอักขระและสูตรทางพุทธมนต์ เจือผสมกับเนื้อขาวธรรมดาเท่านั้น...

"หนังสือที่ท่านจารคืออักขระเลขยันต์ ทางพุทธาคม พอมากๆเข้าท่านหอบเอาใบลานที่จารเหล่านั้น มากองสุมไฟเสียคราวหนึ่ง แล้วเก็บเอาขี้เถ้าใบลานเผานั้นไว้บดผสมกับสิ่งอื่นๆ สร้างเป็น พระสมเด็จฯดำ ขึ้น และเจือผสมเนื้อขาวสร้างพระสมเด็จฯเนื้อขาว ขึ้นมากมาย แต่สมัยนั้นไม่ใคร่มีใครสนใจพระสมเด็จฯกันนัก เด็กที่มาช่วยตำผง ท่านก็แจกให้คนละองค์"...

"พระสมเด็จฯ เนื้อผงใบลานเผาสีดำที่ท่านสร้างขึ้นนั้น โยมเล่าว่า พิมพ์ด้วยแม่พิมพ์หินมีดโกน พิมพ์ได้ครั้งละองค์ พิมพ์แล้วท่านก็ตากไว้ในกระด้ง พอแห้งดีแล้วท่านก็เก็บใสย่ามละว้าใหญ่ของท่าน แล้วเอาไว้แจกชาวบ้าน และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด"...

"การพิจารณาอายุของนายต่วน ดาวเรือง ก็เพื่อประสงค์จะสอบสวนอายุของนายทิมว่า ถ้ามีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ (พ.ศ. 2496) จะถึง 105 หรือ 106 ปี จริงหรือไม่ผู้ใหญ่สมัยนั้นจะต้องบวชก่อนแล้วจึงมีครอบครัว คือนายทิมจะต้องมีอายุแก่กว่านายต่วนบุตรคนหัวปี อย่างน้อย 20 ปี เพราะฉะนั้น พระสมเด็จฯเนื้อผงใบลานเผา อย่างน้อยที่สุดจะต้องสร้างก่อนปี พ.ศ. 2414 เพราะสร้างตั้งแต่นายทิมยังเป็นศิษย์วัดระฆังฯ จนนายทิมบวชแล้วสึกออกมามีครอบครัว และมีข้อสังเกตอีกประการหนึ่ง คือได้สร้างตอนที่เจ้าพระคุณสมเด็จชราภาพมากแล้ว เพราะนายทิมเล่าว่า ตอนนั้นเจ้าพระคุณสมเด็จฯ มีฟันเหลืออยู่ซี่เดียว"
(ตรียัมปวาย. 2515: 164-165)


นอกจากนั้น ตรียัมปวายยังได้อธิบายถึงพระเนื้อพิเศษอีกสองชนิดคือ เนื้อชานหมากและเนื้อปูนน้ำมันอีกด้วย ดังที่เขาอธิบายว่า "พระอาจารย์ขวัญ กล่าวว่าได้ทราบว่า "เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้สร้างพระสมเด็จฯ เนื้อชานหมากด้วย คู่กับเนื้อผงใบลานเผา ซึ่งเป็นเนื้อที่แตกต่างไปจากเนื้อปูนขาว สำหรับเนื้อชานหมากเป็น พิมพ์ทรงพระประธาน และเนื้อผงใบลานเผาเป็นพิมพ์ทรงปรกโพธิ์ ซึ่งมี 2 แบบ คือ ชนิดโพธิ์เมล็ด กับโพธิ์ใบ และกล่าวว่าเนื้อพิเศษทั้ง 2 ชนิดนี้ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้ทูลเกล้าถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง และได้ทรงพระราชทานแจกข้าราชการ ในปี พ.ศ. 2416 ซึ่งเป็นปีที่เรียกกันว่า ปีระกาป่วงใหญ่ ซึ่งหลังจากเจ้าพระคุณสมเด็จฯได้สิ้นแล้วปีหนึ่ง" (ตรียัมปวาย. 2515: 165)


จากข้อมูลดังกล่าว จึงสรุปได้ว่า พระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นเนื้อพิเศษที่ท่านเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ท่านสร้างขึ้นมาด้วยวาระพิเศษ เพื่อถวายและแจกจ่ายเป็นกรณีพิเศษ และเก็บบางส่วนไว้เป็นกรณีพิเศษ ดังตรียัมปวายกล่าวว่า "และที่เหลือไม่ทราบว่าท่านเอาไปไว้ที่ไหนหมด"และพระเนื้อนี้ ถูกสร้างขึ้นมาในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน และสร้างด้วยจำนวนจำกัด อาจมีเพียงหลักร้อยองค์ เพราะเท่าที่ผู้เขียนพบในปัจจุบันเมื่อสามปีที่แล้ว มีเพียงหลักร้อยเท่านั้น




พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน พิมพ์ปรกเมล็ดโพธิ์ เป็นพิมพ์เหมือนกับที่ตรียัมปวายระบุไว้ในหนังสือ



3. การค้นพบพระสมเด็จเนื้อผงใบลานเผา

การค้นพบพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ ถูกเปิดเผยขึ้นมาเมื่อราวสามปีที่แล้ว ขณะที่ผู้เขียนยังอยู่ในวงการพระเครื่อง ได้เจอกับผู้เชี่ยวชาญด้านพระเครื่องของเมืองไทยหลายคน จนมีโอกาสได้ไปร่วมบรรยายและตรวจสอบพระเครื่องให้กับสมาชิกหลายครั้งทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด พร้อมกับได้เริ่มปฏิบัติธรรมมาตั้งแต่เมื่อหกเจ็ดปีที่แล้ว ขณะเดียวกัน ผู้เขียนก็ได้พบกับญาติธรรมซึ่งเป็นสตรีท่านหนึ่ง เธอเป็นผู้มีตาทิพย์มาตั้งแต่วัยเด็ก แต่ถูกมารดานำไปให้พระปิดตาที่สามไว้ จนกระทั่งเธอได้เข้ามาสู่วงการพระเครื่องและเริ่มสัมผัสกับเบื้องบนได้อีกครั้ง เธอเคยติดตามและไปร่วมในการบรรยายแทบทุกครั้ง ต่อมาเมื่อราวๆสามปีที่แล้ว เบื้องบนได้สื่อสารทางจิตกับเธอ โดยให้เธอเดินทางไปยังจังหวัดอ่างทอง เพื่อไปรับพระเครื่องชุดหนึ่ง ทั้งที่เธอไม่ได้รู้จักใคร พระที่ได้รับมาก็คือ พระชุดเนื้อผงใบลานเผาสีดำ และยังมีพระผงเนื้อสีเขียวชนิดปรกเมล็ดโพธิ์เหมือนกับรัชกาลที่ 5 นำมาแจกประชาชนในปี 2416 (ปีระกาป่วงใหญ่) จากท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งอายุมากกว่า 80 ปี หลังจากนั้น ผู้เฒ่าท่านนั้นก็เสียชีวิตเมื่อปี่ที่ผ่านมา

บุพกรรมของผู้เฒ่ารายนี้ก็คือ ท่านเล่่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยเป็นหนุ่มท่านเคยไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ น่าจะเป็นวัดระฆังเพราะท่านไม่ได้บอกตรงๆ แล้วนำเอาพระชุดดังกล่าวออกมาจากที่แห่งหนึ่งภายในวัด(ไม่เปิดเผย) กลับมาไว้ที่บ้านเกิดที่จังหวัดอ่างทอง โดยนำมาบรรจุใส่ไหไว้ภายในบ้าน แต่มีเหตุให้เกิดอาเภท ครอบครัวร้อนวุ่นวาย ท่านจึงนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ที่ตัวเองสร้างขึ้นไว้ภายในวัดที่ใกล้บ้าน จนเมื่อราวสามปีที่แล้ว มีเหตุให้เจดีย์ที่สร้างไว้พังเสียหายท่านจึงไปนำกลับมาเก็บไว้ที่บ้าน แต่เหตุอาเภทก็ยังเล่นงานครอบครัวหนักขึ้น จนทำให้ท่านเป็นอัมพาต ลูกหลานก็เดือดร้อน เจอแต่เรื่องร้ายๆ พอสตรีท่านนี้ไปถึง พวกเขาถึงกับยกให้ทั้งหมดอย่างไม่เสียดาย หลังจากนั้นผู้เฒ่าก็เสียชีวิตลง

ต่อมา พระเนื้อผงใบลานชุดนี้ จึงถูกนำมาแจกจ่ายกับญาติธรรมไปจำนวนหนึ่ง(มากแล้ว) เสียงร่ำลือถึงพลานุภาพอันแสนหนักหน่วง คนแล้วคนเล่าที่ได้สัมผัสองค์พระถึงกับขนลุกขนชัน บ้างก็หายใจไม่ออกหัวใจเต้นตุบตับ บ้างก็หนักหัวหนักไหล่ บางคนถึงกับหงายหลังก็มี บางคนปรับธาตุขันธ์ได้ก็มีแต่ความสงบร่มเย็น มีโชคลาภ ใครเห็นใครได้ยินก็อยากจะได้ รวมทั้งมิสเตอร์เบิร์ด ชาวสิงคโปร์เชื้อสายเจ้าคนไทยที่อพยพไปหลบภัยที่สิงคโปร์เมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 ก็มาอัญเชิญกลับสิงคโปร์ไปนับสิบองค์ มิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ มากับมิสเตอร์ริชาร์ด หว่อง ที่คนไทยรู้จักกันดีในวงพระการพระเครื่อง ซึ่งทั้งสองคนนี้เคยพบกับผมแล้วหลายครั้ง และมิสเตอร์เบิร์ดผู้นี้ก็มีองค์เทพบารมีเป็นฤาษี เขาจึงสามารถสัมผัสพลังลึกลับได้


4. การศึกษาทางกายภาพ (Physical)

ความจริงแล้ว พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ มีหลากพิมพ์ มิใช่มีแค่พิมพ์ปรกโพธิ์ดังที่ตรียัมปวายระบุไว้ ซึ่งจากการค้นพบหลักฐานใหม่ดังข้างต้น พบว่ามีหลายพิมพ์ซึ่งล้วนแต่เป็นพิมพ์นิยมทั้งสิ้น อาจมีบางพิมพ์ที่วงการไม่คุ้นเคย แต่โดยรวมเป็นพระที่สร้างขึ้นโดยช่างหลวง จึงมีความปราณีตและสวยงามมาก ส่วนเนื้อมวลสารหลักก็คือ ผงใบลานเผา ผสมกับเนื้อปูนปั้นบ้างเล็กน้อย จึงปรากฏฝ้าฝุ่นปูนขาวเกาะผิวหน้าองค์พระ คล้ายแป้งแคลเซียมหรือไขขาวเกาะแน่น นอกจากนั้นยังมีเนื้อข้าวสุกและมวลสารอื่นๆ แต่เห็นไม่ชัดเจน และไม่สามารถระบุได้ บางองค์เห็นเศษแผ่นคล้ายเงินแวววาว แต่ที่แน่นอนคือ มีผงเหล็กไหลเป็นส่วนผสมจำนวนมาก และพระดูดติดกับแม่เหล็กอย่างชัดเจน

พระเนื้อผงใบลานเผาจะมีสองเนื้อคือ สีออกดำ จะมีเนื้อหยาบกว่า และสีออกเทาจะมีเนื้อละเอียดกว่า หากมองด้วยตาเปล่าหรือกล้องส่อง จะเห็นผิวพระแห้งจัด มีความขรุขระ ยุบย่น มีการบิดโค้งเล็กน้อย มีคราบน้ำปูน คราบคล้ายไขขาวเป็นแป้ง ดูเป็นธรรมชาติและมีความเก่าอย่างชัดเจน พระบางองค์จะมีคราบไขเกาะเป็นก้อนเหนียวมาก แกะออกยาก โดยเฉพาะพระองค์ที่มีเนื้อออกสีเทา ส่วนพระเป็นสีดำมักจะมีคราบแป้งฝุ่นสีขาวเกาะผิว แต่เช็ดออกได้






5. การศึกษาแบบอจินไตย (Mind)

พระสมเด็จวัดระฆังเนื้อผงใบลานนี้ นอกจากผู้ที่มีญาณสามารถสัมผัสพลังพลานุภาพได้มากมายคนแล้วคนเล่าแล้ว สตรีผู้ไปอัญเชิญท่านมายังสามารถสื่อสารกับสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต)ได้ เธอเห็นภาพเจ้าพระคุณสมเด็จฯกำลังนั่งเผาใบลานด้วยตัวท่านเอง รวมทั้งเห็นพระสงฆ์รูปหนึ่งมีรูปร่างท้วมผิวขาวหน้าตาดี วัยไม่เกินหกสิบกำลังช่วยท่าน ส่วนพิธีอธิษฐานจิตนั้น เธอเห็นเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) หลวงปู่ทวด หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร และหลวงพ่อเงิน นั่งร่วมอธิษฐานจิตด้วย บางคนก็เห็นขรัวตาแสงด้วย

และล่าสุด ผมมอบหมายให้บุรุษผู้หนึ่ง(มีตาทิพย์) ช่วยตรวจสอบภายในให้ด้วย ปรากฏว่า เขาอธิษฐานจิตขอทราบพลังและองค์ผู้อธิษฐานจิต จึงทราบว่า นอกจากเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) แล้ว ยังมีหลวงปู่ทวด หลวงปู่ศุขวัดมะขามเฒ่า เป็นผู้อธิษฐานจิตร่วม และยังเห็นรัศมีรังสีเป็นสีทองสว่างไสวรอบองค์พระ แผ่รังสีออกไปในจักรวาลจนไร้ขอบเขต มีพลังมหาศาลแบบครอบจักรวาล พลานุภาพเด่นทางด้านมหาโภคทรัพย์ ดูดทรัพย์ มหาเมตตาบารมี แคล้วคลาด ป้องกันภัยพิบัติ และด้านอื่นๆแบบครอบจักรวาล

ส่วนผมและอีกหลายท่านอธิษฐานจิตขอทราบปีที่สร้าง ปรากฏว่า สร้างในวาระปี 2411 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ จึงนับเป็นพิธีใหญ่มาก และอาจมีองค์อภิญญาในยุคนั้นอีกหลายองค์ร่วมอธิษฐานจิตด้วย ซึ่งแล้วแต่ใครจะตรวบสอบเจอองค์ใดได้บ้าง ตามความสามารถของญาณในของแต่ละท่าน


6. บทสรุป

ท่านทั้งหลาย การที่ผมนำเอาเรื่องราวเหล่านี้มาเปิดเผย ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นใดๆเลย มิหนำซ้ำอาจจะถูกผู้ที่ไม่เห็นด้วยโจมตีว่า สร้างเรื่องเล่านวนิยายขึ้นมาดุจเช่น เรื่องราวพระสมเด็จของยายขำ แต่ความจริงแท้ แม้ใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ชั่ง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ชั่ง พระจะอยู่ในที่ลับหรืออยู่กับบุคคลใดก็ชั่ง จะถูกสรรเสริญหรือถูกเหยียดหยันก็ชั่ง ความจริงแท้ของสิ่งเหล่านั้น ก็ยังเป็นอยู่เช่นนั้น ก็ยังเป็นวัตถุอยู่กลางๆอย่างนั้น วัตถุนี้ก็ไม่เจ็บร้อนหรือยินดียินร้ายในคำพูด ในความเชื่อไม่เชื่อ หรือในความศรัทธาไม่ศรัทธา วัตถุนั้นก็นิ่งเฉยอยู่อย่างนั้น ดังนั้น ผมมีหน้าที่นำท่านออกมาเปิดเผย ก็ขอให้ท่านโปรดใช้วิจารณญาณด้วยตัวของท่านเองเถิด เพราะผมมีจิตอันบริสุทธิ์ที่อยากสรรเสริญคุณธรรมความดีงามของเจ้าพระคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ด้วยจิตศรัทธายิ่ง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
23 พฤษภาคม 2555


อ้างอิง
ตรียัมปวาย. (2515). ปริอรรถาธิบายแห่งพระเครื่องฯ เล่ม 1 พระสมเด็จฯ. กรุงเทพฯ: รวมสาส์น.


หมายเหตุ พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลานเผาสีดำ เป็นคนละชุดกันกับพระชุดวังหน้าสีดำ อย่าได้จำสับสนกันนะครับ พระชุดนี้ประเมินค่าหลักล้านขึ้นไป เพราะหายากกว่าเนื้ออื่นๆ

สำหรับผมถือว่า พระเนื้อผงใบลานเป็นที่สุดของพระสมเด็จวัดระฆัง เพราะมีพลังแบบไร้ขีดจำกัด และเป็น "จักรพรรดิออฟจักรพรรดิ" (จักรพรรดิเหนือจักรพรรดิ)




พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงใบลาน สีออกเทา เนื้อละเอียด




พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ เนื้อผงใบลาน สีดำ




พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ทรงเจดีย์ เนื้อผงใบลาน



พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เส้นด้ายใหญ่ เนื้อผงใบลาน


วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

(006) สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ของหลวงปู่โต พรหมรังสี
ผศ.ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล
29 กันยายน 2554

จากการอธิษฐานจิตถามพระเบื้องบนของดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล (เป็นความเชื่อส่วนตัว)พบว่า สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่อัญเชิญเสด็จมาทางอากาศและอธิษฐานจิตโดยเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) โดยได้อัญเชิญจากบริเวณข้างวัดระฆัง ซึ่งอยู่ทางด้านหน้าใกล้กับท่าน้ำวัดระฆัง (บริเวณใกล้โรงเรียนสตรีวัดระฆัง) การอัญเชิญและการสร้างเกิดขึ้นในวาระแรกปี 2407 ทั้งหมดมีสามครั้ง(รุ่น) มีจำนวนไม่มาก รุ่น 1 สร้างแค่ 32 เส้น เป็นเส้นเล็กทั้งหมด รุ่น 2 มี 50 เส้น(เล็ก) รุ่น 3 มีทั้งเส้นเล็กเส้นใหญ่ มีจำนวน........ และยังมีอีกในปี 2408 จำนวนหนึ่ง และในปี 2409 (ได้นำเหล็กไหลไปทำเป็นลูกกริ่งในองค์พระพิมพ์และพระกริ่งจำนวนหนึ่ง) ใครโชคดีและเชื่อว่าจริงก็ยังพอมีโอกาสจะได้รับ เพราะยังพอมีเหลืออยู่ตามท้องตลาดอีกเล็กน้อย

ข้อสังเกต สำหรับผู้ที่สามารถสัมผัสพลังได้ก็คือ เมื่อท่านเห็นสร้อยประคำแล้วให้ลองนำมาสวมคอแล้วโน้มจิตอธิษฐานขอบารมีพระเบื้องบนตั้งแต่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์เจ้า และครูอาจารย์สืบต่อกันมาทุกๆพระองค์ ได้โปรดสงเคราะห์ให้ข้าพระพุทธเจ้าได้สัมผัสพลังพลานุภาพที่อยู่ในสร้อยประคำเส้นนี้ หากเป็นสร้อยประคำแท้ที่อธิษฐานจิตโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์(โต) ขอให้ข้าพระพุทธเจ้าสามารถสัมผัสพลังได้ด้วยเถิด..... หลังจากนั้นให้สังเกตอาการถ้าเป็นของแท้จะมีอาการดังต่อไปนี้

1. มีพลังหนักหน่วงลงมาทางกระหม่อมด้านบนศรีษะ
2. หนังตาและผิวหน้าเริ่มตรึง หนังตาถูกดึงให้เข้าสมาธิ
3. มีพลังหนักหน่วงที่ต้นคอ หัวไหล่ทั้งสองข้าง แน่นหน้าอก
4. หากผู้ใดสามารถปรับธาตุขันธ์ของตัวเองได้ สุดท้ายพลังจะเย็นแผ่ซ่านไปทั้งตัว

เทพผู้รักษาสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ
จากการอธิษฐานจิตทูลถามพระเบื้องบนของ ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล คือ สร้อยประคำ 1 เส้น จะมีเทพผู้รักษาทั้งหมดดังนี้

1. พรหม 12 องค์
2. เทวดา 12 องค์
3 ฤาษี 3 องค์
4. นาค 110 องค์ (1 เม็ด/ 1 องค์) สร้อยประคำแต่ละเส้นมี 110 เม็ด

จะเห็นได้ว่า สร้อยประคำเส้นหนึ่งจะมีเทพรักษาจำนวนมาก โดยเฉพาะพรหมกับฤาษีนั้น จะชื่นชอบการภาวนาสมาธิ จึงเป็นเหตุให้ผู้ที่สวมใส่แล้วจะเกิดอาการดึงหนังตาและดึงจิตให้เข้าสู่สมาธิได้เร็วมาก พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านบอกว่า เขาสร้างมาเพื่อการเจริญกรรมฐาน ซึ่งผู้มีฌานสามารถพิสูจน์ได้ทันตาเห็น

...........................................................................................................


ข้อความเดิมของ ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล
4. สร้อยประคำ เหล็กไหลไพลดำ

ระเครื่อง - วัตถุมงคล (ยาสามัญ) ประจำตัว (ผู้ใช้) สุดยอดหายากสุดๆ เป็นที่ปราถนาของกลุ่มคนผู้ชื่นชอบเหล็กไหล

ผู้ที่จะได้ครอบครองประกอบด้วย
- ผู้มีบุญบารมี
- ผู้มีส่วนร่วมเดิมในอดีตชาติที่เคยสร้างร่วมกับหลวงปู่โต(สมเด็จพุฒจารย์โต) พูดสั้นๆ สมบัติเจ้าของเดิม

รูปที่ 1 - 3 แสดงภาพสร้อยประคำเหล็กไหล



สร้อยประคำหน้าตาแบบนี้
- ถ้าไม่มีลงรักปิดทอง จะพบเห็นมีร้านฯขายกันทั่วไป ซึ่งเป็นการเรียนแบบจากสร้อยประคำเหล็กไหลชนิดดูดติดแบบแม่เหล็กดังในรูป ร้อยทั้งร้อยเก๊-ปลอมเลียนแบบ
- ถ้าคล้ายในรูปนี้เกิน 95% หากดูดีๆจะไม่เหมือนได้เพียงแค่คล้าย จะเป็นหนึ่งหรือร้อยเส้นเก๊-ปลอมเลียนแบบ
- ของแท้เดิมๆไม่ได้ร้อยด้วยเส้นเอ็น อายุ 150 ปี เชือกที่ร้อยขาดหมด ปัจจุบันได้ถูกตบแต่งดังรูป ดังนั้นถ้าหากพบเส้นเอ็นเก่าๆและพู่สีแดงที่ห้อยไม่ได้แปลว่าสายเส้นเอ็นกับพู่สีแดงเป็นของแท้ เพราะของปลอมได้ทำปลอมมานับสิบปี

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ

ผู้อธิฐานจิต: สมเด็จโต (วัดระฆัง) วาระ : พ.ศ.2407 จำนวน 108 เม็ด + 2 เม็ด รวม 110 เม็ด


พลังพุทธคุณของสร้อยประคำเหล็กไหลในหนึ่งเส้น 62.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับพระสมเด็จ 4 เหลี่ยมชิ้นฝักทั่วๆไปที่อธิฐานโดยสมเด็จโต


รัศมีคุ้มครองภัยพิบัติ 32 กิโลเมตร มากกว่าพระกริ่งปวเรศพิมพ์สมบูรณ์พูนสูข และ พระบรมสารีริกธาตุที่มีรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติเพียง 10 กิโลเมตร


ผู้คุ้มครองดูแลประคำเหล็กไหลไพลดำ
- พรหม 12 องค์
- เทวดา 12 องค์
- ฤาษี 3 ตน
- พญานาค 110 องค์


พลังพุทธคุณด้านต่างๆ
1. ภัยพิบัติรัศมี 32 กิโลเมตร
2.เมตตามหานิยมขั้นสูงระดับสูง : ทำให้ทุกคนรัก
3.ปัดเป่าอุปสัก : ขจัด ปัดเป่า อุปสรรค์ ปัญหาทั้งปวง

4. มหาอำนาจ : เมื่อจะทำอะไรที่ใด คนเกรงขาม มีตะบะเดชะมาก มีอำนาจดังราชสีห์ เดินป่าป้องกันสัตว์ร้าย
5. ป้องกันภูมิผี ปีศาจ : ผีแม่นาคพระโขนง ใครไม่เคยได้ยินนับว่าตกยุคอย่างแรง ภาพยนต์สร้างหลายต่อหลายครั้ง ผู้ที่ปราบผีแม่นาคพระโขนงที่ทราบกันในวงกว้าง คือ สมเด็จโต (วัดระฆัง) ดังนั้นจะพบวัตถุมงคลของสมเด็จโต ได้มีการอธิฐานจิตเรื่องป้องกันภูมิผี ปีศาจ
6.คุ้มภัย เสียดจัญไร :คุ้มภัย คุ้มเสียด จัญไร ป้องกันขับไล่สิ่งชั่วร้าย การกระทำย่ำยีต่างๆ คุณไสย กันคุณผี คุณคน
7.ส่งเสริมปัญญาทั้งทางโลกทางธรรม :
ประกอบด้วยองค์ 8
..........1.
สัมมาทิฏฐิ คือความเข้าใจถูกต้อง
..........2.
สัมมาสังกัปปะ คือความใฝ่ใจถูกต้อง
..........3.
สัมมาวาจา คือการพูดจาถูกต้อง
..........4.
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำถูกต้อง
..........5.
สัมมาอาชีวะ คือการดำรงชีพถูกต้อง
..........6.
สัมมาวายามะ คือความพากเพียรถูกต้อง
..........7.
สัมมาสติ คือการระลึกประจำใจถูกต้อง
..........8.
สัมมาสมาธิ คือการตั้งใจมั่นถูกต้อง

8. แคล้วคลาด: เป็นวิชาที่เหนือกว่าวิชาคงกระพันและวิชาชาตรีแม้มีคนมุ่งร้ายหมายจะทำอันตรายก็มิอาจจะทำอันตรายได้เป็นแคล้วคลาดทุกครั้งไปคือไม่เจอไม่โดนและไม่เจ็บถึงแม้จะสู้กันซึ่งหน้าไม่ว่าจะเป็นยิงหรือฟันจะหลบเลี่ยงหลุดรอดได้ทุกครั้งโดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถทำอันตรายได้แคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง
9. ป้องกันการถูกกระทำ และสนองกลับไปหาผู้กระทำ:
10. มหาอุด : เมื่อครั้งมีเหตุให้โดยปืนยิง ที่จะยิงจะยิงไม่ออก หรือในบางครั้งอาจจะทำให้ปืนแตกคามือของผู้ยิงหากยิงออกก็ไม่โดนหากโดนก็ไม่เข้าเป็นต้น
11. ทำน้ำพุทธมนต์ : รักษา สิ่งอัปมงคล คุณไสยอวิชาลมเพลมพัด คุณผี คุณคน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ โรคระบาด สะเดาะเคราะห์-หนุนดวง รักษาการสัมผัสโดนสารของนิวเคลียร์ อาวุธเคมี รักษาแก้พิษ - โรคที่รักษาไม่ได้ โรคไต(ฟอกเลือดล้างไต) โรคเอดส์ โรคเวร โรคกรรม - บ้านหรือที่ใดร้ายอยู่ยาก ให้อธิษฐานน้ำมนต์ฝังดินแก้ไขกลับร้ายเป็นดี
12. เสน่ห์ขั้นสูงระดับสูง: ไปไหนนำติดตัวไปด้วยทำให้คนรักใคร่ ที่รักชอบแก่คนทั้งหลาย ใครไม่รู้จักก็มารู้จัก รักชอบเป็นมิตรสหาย
13. คงกระพัน : หนังเหนียวไม่แตกง่าย มีดแทงไม่เข้า หรือมีบาดแผลน้อย ทนทานต่อศัสตราวุธ แต่ยังมีความเจ็บปวดเกิดขึ้น
14. ชาตรี : ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บเลย ทำให้ของหนักต่างๆที่จะมากระทบตัวจะเบาไปหมด
15. ปรับขัน 5 : การปรับร่างกา ยของคนเรา คือ แยกร่างกายออกเป็นส่วนๆ ตามสภาพได้ 5 ส่วน หรือ 5 ขันธ์ คือ
1. รูป ได้แก่ ส่วนที่ผสมกันของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เช่น ผม หนัง กระดูก โลหิต
2. เวทนา ได้แก่ ระบบรับหรือรู้สึกสิ่งที่สัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
3. สัญญา ได้แก่ จำสิ่งที่ได้รับและรู้สึกนั้นๆ
4. สังขาร ได้แก่ ระบบคิดปรุงแต่ง แยกแยะสิ่งที่รับรู้สึกและจำได้นั้นๆ
5. วิญญาณ ได้แก่ ระบบรู้สิ่งนั้นๆ หลังจากแยกแยะแล้ว
16. ส่งเสริมดูดซับพลังงาน : ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ ดูดซับพลังงานจากวัตถุมงคลที่สวมใส่
สรุป พลังพุทธคุณ 16 ข้อ รวมแรง 62.5 เท่า รวมกับรัศมีคุ้มครองภัยพิบัติที่ยังไม่เคยพบวัตถุใดมีรัศมีเทียบเท่า 32 กิโลเมตร มีพุทธคุณช่วยให้ผู้ส่วนใส่เจริญในธรรมสูงยิ่งๆขึ้น เหมือนมีเครื่องมาเตือนบอกเหตุ... ผู้เขียนขอยกให้เป็นสุดยอดสายสร้อยประคำและวัตถุมงคล ดังนั้นสมาชิกธรรมหลายๆท่านที่ได้ครอบครองไว้นับได้ว่ามีบุญวาสนาจริงๆ มีเงินใช่จะหาซื้อได้ ขายไปก็ใช่จะหากลับมาได้อีกเช่นกัน
ราคาเหล็กไหล ตั้งตัวเลขฮาๆ




(บทความวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2554)

ประสบการณ์จากผู้ครอบครอง สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ หลวงปู่โต วาระ พ.ศ.2407
- เมื่อได้มาใหม่ๆ ผู้ครอบครองจะเหมือนอาการของร่างกายที่ถูกขับถ่ายของเสียออกมามีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ หรือ บางคนจะมีอาการปวดท้องต้องเข้าห้องน้ำกระทันหันจากที่ได้ครอบครองไม่ถึงครึ่งวัน
- มีอาการมึนศรีษะเล็กน้อยประมาณ 1 - 3 วัน แล้วแต่ภูมิบารมีเก่าของแต่ละคน
- มีอาการหนังตาหนัก คล้ายอยากจะหลับตา (หนังตาตึง) เป็นสื่อจากสร้อยประคำเพื่อปรับขัน 5 เพื่อก่อให้เกิดความสมดุลย์
- คนที่มีบารมีเก่ามากพอ จะสัมผัสได้ถึงความเย็นและแสงสว่างของสร้อยประคำเหล็กไหลที่แผ่ออกมาให้กับผู้ครอบครอง ร่างกายได้รับการดูดซับพลังงานจากสร้อยประคำเหล็กไหล
- ทำให้ใช้เวลาในการทำสมาธิสั้นลง เข้าออกฌานได้ค่องตัวรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม
- เดินเข้าใกล้วัตถุมงคลที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จโต จะรับสื่อพลังกันได้ง่ายดูดพลังเข้า เช่น มีพลังมาอัดเข้าที่หน้าอก
- ระหว่างคุยโทรศัพท์ ฝ่ายหนึ่งสวมใส่สร้อยประคำเหล็กไหล กับอีกฝ่ายไม่ได้สวมใส่สร้อยประคำเหล็กไหล(ผู้ทรงฌาน) จะสัมผัสได้ถึงพลังของสร้อยประคำเหล็กไหลไปถึงฝ่ายตรงข้าม ก่อให้เกิดอาการคล้ายกับมึนศรีษะเล็กน้อย
- สร้อยประคำเหล็กไหลนี้มีพุทธานุภาพที่แตกต่างจากพระเครื่องทั่วๆไป เช่น พระเครื่องความแรงของพุทธานภาพองค์ละ 10 แรง เมื่อนำหนึ่งร้อยองค์มารวมกัน ความแรงทั้งหมดที่ตรวจพบจะมีเพียง 10 แรง ไม่มีการเพิ่ม แต่สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของสมเด็จโตใน 1 เส้นมีความแรง 62.5 แรง หากนำ 2 เส้นมารวมกันจะเพิ่มเป็น 125 เท่า จึงแตกต่างจากพระเครื่องทั่วๆไปที่ความแรงคงที่ หากนำหลายๆเส้นมารวมกันความแรงของสร้อยประคำเหล็กไหลจะมีความแรงมากขึ้นทวีคูณตามจำนวนที่สวมใส่ห้อยคอ ปกติคนที่เคยใส่อยู่หนึ่งเส้น เมื่อนำหลายเส้นมาใส่พร้อมๆกัน จะมีพลังพุทธานุภาพที่ได้อัดประจุไว้ในสร้อยประคำเหล็กไหล ผู้สวมใส่(ผู้ทรงฌาน)จะรับรู้สัมผัสถึงบริเวณกลางศรีษะไปถึงด้านหลังศรีษะ(ท้ายทอย) เหมือนมีพลังแผ่พุงอยู่ตลอดเวลา
- ฯลฯ


เขียนโดย Dr.Natachai Lerdrattanapol
........................................................................................................


อย่างไรก็ตาม จากข้อความของ ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล ดังข้างต้น เขียนขึ้นก่อนที่จะมีการเพิ่มพลานุภาพ ซึ่งปัจจุบัน สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่อยู่ในการครอบครองของผม (ดร.นนต์) กับของ ดร.ณัฐชัย ได้ปรับพลานุภาพเกิน 250x (เท่า) เป็นแบบไร้ขีดจำกัดเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่จะสามารถสวมใส่ได้ ต้องได้รับปารปรับธาตุขันธ์เสียก่อน จึงจะสามารถต้านพลังอันหนักหน่วงได้ ข้อนี้พิสูจน์ให้เห็นได้แบบจะจะ สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมและผู้ญาณสัมผัสได้เท่านั้น

ปล. ยังพอมีเหลืออยู่ในท้องตลาดอีกเล็กน้อย ขอให้โชคดีนะครับ

.............................................................................................................................................


ประมวลจากประสบการณ์และข้อมูลที่ทราบมานะครับ!

เพิ่มเติมจาก
ฯลฯ

- พลัง 62.5x นับว่ามากมายมหาศาลและเพียงพอ(พอดี)แล้วสำหรับมนุษย์ทรงขันธ์ 5 + มีบารมีของเก่าเข้มข้นตามมาด้วย
- คุณสมบัติของพระพิมพ์วังหน้าที่มีพลังสูงๆ ระดับ 5x ขึ้นไป - 62.5x (สูงสุด) ก็มีอาการเช่นเดียวกัน ตามลำดับๆที่กล่าวมาในตอนท้าย
- อาการนี้ยังคงเกิดขึ้นได้ สำหรับผู้เคยอัญเชิญพระพิมพ์พลังสูงถึง 62.5x (เปรียบเทียบ: คล้ายกับประคำเหล็กไหลเป็นยาคนละขนานกันกับพระพิมพ์)
- อาการนี้ยังคงเกิดขึ้นได้อีก หากไม่ได้อัญเชิญเป็นประจำหรือไม่ค่อยได้ทำความเพียร (ประสบการณ์ตรงในอดีต)


เสริมพิเศษ
- พระพิมพ์วังหน้า มีหลากหลายระดับความแรงของพลัง กระจายไปตามพิมพ์ พิธี องค์อธิษฐานจิตและความเหมาะสมของธาตุขันธุ์ ตั้งแต่ระดับ 1x , 5x (มาตรฐาน), 8x , 12x , 27x ,35x และ 62.5x (พิเศษ) ของพระพิมพ์สมเด็จวัดระฆัง


ข้อยกเว้น
- อาการนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ยังไม่มีฌานหรือฌานอ่อน
- อาการนี้จะไม่เกิดขึ้นกับผู้มีฌาน 4 ละเอียดขึ้นไป


วิธีปรับธาตุขันธุ์ตาม link โดย...ท่าน ดร.นนต์

พระที่มีพลังมากนั้น หากท่านใดไม่มีพื้นฐานขององค์ฌานที่เข้มแข็งมาตั้งแต่อดีตชาติ อาจรับพลังที่หนักหน่วงไม่ได้ จะเกิดอาการต่างๆดังนี้ 1) ปวดศรีษะเต้นตุ๊บๆ 2) เกิดอาการหาวนอนถี่หลายครั้ง 3) รู้สึกจะอาเจียน 4) รู้สึกหมดแรงเอาดื้อๆ 5) เกิดอาการมือไม้สั่น 6) หัวใจเต้นแรงและถี่ 7) ขนลุกขนชันเย็นซาบซ่านหรือร้อนผ่าวไปทั้งตัว 8) ปวดร้าวบริเวณที่แขวนพระ (IT Man) เป็นต้น


วิธีแก้ไข ก็คือ ให้นำพระไปแขวนคอ หรือวางในมือ แล้วนั่งสมาธิอธิษฐานจิตดังนี้

ข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมีแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์เจ้า และครูอาจารย์สืบต่อมาทุกๆพระองค์ ได้โปรดสงเคราะห์ให้ข้าพเจ้าได้ปรับธาตุเพื่อรับกระแสพลังพระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ และพระสังฆานุภาพ ที่สถิตย์อยู่ในพระ.....องค์นี้ เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งให้ข้าพเจ้าได้ถึงซึ่งความสุขทั้งทางโลกและทางธรรมต่อไป


หลังจากนั้นให้ใช้มโนมยิทธิ ปรับร่างกายของเราให้มีความใส โปร่ง และให้นึกเห็นภาพองค์พระมีรัศมีสีขาวนวลและใสกำลังไหลเข้าสู่กายและใจของเราทั้งหมด เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เบาๆ สงบ และเย็นสบาย ต้องการให้พลังเคลื่อนไปตรงไหน จิตก็อัญเชิญให้ไหลไปตรงนั้น จนมองเห็นกายเราสว่างขาวนวล ทำอย่างนี้ไม่นาน อาการทั้งหมดจะหายไป ทุกอย่างอยู่ที่จิตทั้งหมดครับ ฝึกเรียกของเก่ามาใช้โดยอาศัยจิตทั้งนั้นครับ ลองดูแล้วจะรู้เอง...ขออนุโมทนาครับ....

หรือแขวนองค์พระนอนภาวนาพุท-โธ ไปจนกว่าจะหลับ (IT Man)
............................................................................................................

วิธีปรับธาตุขันธ์
ดร.นนต์

ข้อความเดิมของครูร่วมชาติ

ขอคำชี้แนะท่าน ดร.นนต์ หน่อยครับ ตั้งแต่ผมได้รับมอบพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ของท่าน ดร.นนต์ มา รู้สึกปวดหัวตึบๆ อยู่ไม่หายเลย สงสัยท่านแรงจริง แต่ความดีที่เรามีอยู่ไม่เพียงพอ เวลาเราอารธนาท่านมาแขวน จึงปวดหัวตึบ มึนไปเลย ขอคำชี้แนะท่าน ดร.นนต์หน่อยนะครับ ว่าผมจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรครับ....
..........................................................................................................

ข้อความเดิมของ ดร.นนต์

ขอเรียนให้ท่านร่วมชาติทราบอีกครั้งว่า พระสมเด็จองค์นี้ท่านมีอะไรที่พิเศษตั้งแต่ผมได้อธิษฐานจิตขอให้พบองค์ของครูชาติแล้วนะครับ จับครั้งแรกจิตก็บอกว่าจะมอบให้ท่าน เมื่อนำกลับมาที่บ้านลองนั่งอธิษฐานจิตบอกพระเบื้องบน พลังต่างๆก็วิ่งเข้ามา ความปีติเมื่อเอ่ยจะมอบให้ท่านก็หลั่งไหลมา ซึ่งผมก็ทราบจากท่านเช่นเดียวกันว่า ท่านรู้สึกสัมผัสพลังบางอย่างได้เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับผมอธิษฐานจิตพอดี พระองค์นี้เมื่อผมถ่ายภาพ ยิ่งปรากฏความงามและรัศมีเปล่งขาวงามมาก ผมหาพิมพ์และเนื้อแบบนี้มานานแล้ว ก็พึ่งเจอองค์นี้เป็นองค์แรก ผมพยายามโพสลงภาพหลายครั้งในช่วงเย็นวันนั้น เพื่อจะเซอร์ไพรส์ท่าน แต่โพสไม่ได้สักที พอมาดูอีกทีจิตหนึ่งกลับอาดูรขึ้นมาอยากจะเก็บไว้ลงหนังสือเสียอย่างนั้น แต่เป็นแค่อาการชั่ววูบ จิตก็กลับมาบอกว่า เราได้ตั้งจิตมอบให้ท่านแล้ว จึงได้กลับมาลงภาพใหม่เพื่อมอบให้ท่านเป็นทางการในเว็บบอร์ดในช่วงเย็น ซึ่งท่านยังได้แสดงปาฏิหารย์ส่งพลังไปถึงท่านจนเกิดปีติอย่างบอกไม่ถูกในช่วงเวลาเดียวกันกับผมโพสข้อความมอบให้ท่าน ซึ่งผมก็รู้อาการนั้นตลอดเวลา และเมื่อวันที่ผมมอบให้ท่าน เมื่อผมอาราธนามอบให้ท่าน ความปีติและพลังบางอย่างได้ส่งไปถึงท่าน ทุกเหตุการณ์มันเป็นปัตจัตตัง อย่างที่ท่านทราบ


พระที่มีพลังมากนั้น หากท่านใดไม่มีพื้นฐานขององค์ฌานที่เข้มแข็งมาตั้งแต่อดีตชาติ อาจรับพลังที่หนักหน่วงไม่ได้ จะเกิดอาการต่างๆดังนี้ 1) ปวดศรีษะเต้นตุ๊บๆ 2) เกิดอาการหาวนอนถี่หลายครั้ง 3) รู้สึกจะอาเจียน 4) รู้สึกหมดแรงเอาดื้อๆ 5) เกิดอาการมือไม้สั่น 6) หัวใจเต้นแรงและถี่ 7) ขนลุกขนชันเย็นซาบซ่านหรือร้อนผ่าวไปทั้งตัว เป็นต้น


วิธีแก้ไข ก็คือ ให้นำพระไปแขวนคอ หรือวางในมือ แล้วนั่งสมาธิอธิษฐานจิตดังนี้

ข้าพเจ้าขออาราธนาพระบารมีแห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์เจ้า และครูอาจารย์สืบต่อมาทุกๆพระองค์ ได้โปรดสงเคราะห์ให้ข้าพเจ้าได้ปรับธาตุเพื่อรับกระแสพลังพุทธานุภาพ ธรรมานุภาพ และสังฆานุภาพ ที่สถิตย์อยู่ในพระสมเด็จองค์นี้ เพื่อจะได้เป็นที่พึ่งให้ข้าพเจ้าได้ถึงซึ่งความสุขทั้งทางโลกและทางธรรมต่อไป

หลังจากนั้นให้ใช้มโนมยิทธิปรับร่างกายของเราให้มีความใส โปร่ง และให้นึกเห็นภาพองค์พระมีรัศมีสีขาวนวลและใสกำลังไหลเข้าสู่กายและใจของเราทั้งหมด เคลื่อนไหวอย่างช้าๆ เบาๆ สงบ และเย็นสบาย ต้องการให้พลังเคลื่อนไปตรงไหน จิตก็อัญเชิญให้ไหลไปตรงนั้น จนมองเห็นกายเราสว่างขาวนวล ทำอย่างนี้ไม่นาน อาการทั้งหมดจะหายไป ทุกอย่างอยู่ที่จิตทั้งหมดครับ ฝึกเรียกของเก่ามาใช้โดยอาศัยจิตทั้งนั้นครับ ลองดูแล้วจะรู้เอง...ขออนุโมทนาครับ....
........................................................................................................





















สมบัติของ ผศ.ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล

....................................................................................................................................................................




สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ของคุณสมบัติ เพ็งพล สรงน้ำและใช้คู่กันกับพระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงใบลาน เข้ากันดีทั้งพลานุภาพแบบไร้ขีดจำกัด และความสวยงามลงตัว ขออนุโมทนากับผู้ครอบครองครับ

...................................................................................................................................................................


ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ nontayan อ่านข้อความ
Date: Mon, 19 Sep 2011 12:54:28 +0800
Subject: ส่งภาพสายประคำเหล็กไหลไพรดำมาให้ท่านพิจารณาครับ
From: noppadon.wannalaeasd@gmail.com
To: sippaphakul@hotmail.com


เรียน ท่าน ดร.นัฐนนต์ที่นับถือ ผมส่งสายประคำให้ท่านพิจารณา ได้มาจากแรงอธิษฐานและสวดมนต์น่ะครับ
มีสองเส้น และขอท่านอนุโมทนา ตั้งชื่อสายประคำทั้งสองเส้นนี้ให้ผมด้วยครับ

สาธุ สาธุ สาธุ

.....................................................................................

เมื่อ 19 กันยายน 2554, 13:49, natdhnond sippaphakul <sippaphakul@hotmail.com> เขียนว่า:
เรียนท่านนพดล
แท้ครับ
เส้นแรกสร้อยประคำแก้ว ถวายนามว่า "องค์ธรรมบารมีนพเก้า"
สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ถวายนามว่า "องค์สายใยอธิษฐาน"
เบื้องบนท่านโปรดชื่อนี้มาก โดยเฉพาะสร้อยเล็กไหล จึงขออนุโมทนาด้วยครับ

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์




ขอขอบพระคุณท่านมากครับ
สาธุ สาธุ สาธุ
นพดล
.............................................................................................

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำและสร้อยแก้วทวารวดีที่อธิษฐานจิตโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่เสด็จไปโปรดท่านนพดล (ผู้ช่วย ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งที่อุตรดิตถ์) ถึงภาคเหนือ ตามแรงจิตอธิษฐานประมาณสองอาทิตย์ นั่นจึงแสดงให้เห็นว่า ผู้ทีศรัทธาต่อองค์หลวงปู่โตและเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และยังเป็นสายเดียวกัน ท่านย่อมได้รับสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุดเช่นนี้ การรับรู้ส่วนตัวจะช่วยยืนยันคำกล่าวของผมได้เป็นอย่างดี จึงขออนุโมทนากับท่านด้วยนะครับ

ปล. ท่านนพดลได้ติดตามอ่านเว็บบอร์ดของพวกเรามาตลอด หากท่านจะเปิดเผยตัวออกมาร่วมกับพวกเราก็ยินดีนะครับ อนึ่งผมพึ่งทราบว่า ท่านก็เป็นศิษย์หลวงพ่อกัณหาอีกคน จึงขออนุโมทนาอีกครั้งครับ

ดร.นนต์





.................................................................................................................................................................................................


ถวายสรอยประคำเหล็กไหลไพลดำแด่พระอริยเจ้า
ดร.นนต์..ได้ถวายสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต เส้นเล็ก ปี 2407 แด่หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม





เมื่อคืน(11 กันยายน 2554) ผม(ดร.นนต์)ได้ไปกราบนมัสการหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม พระอริยเจ้า (หลานหลวงพ่อชา สุภัทโธ) แห่งวัดป่าทรัพย์ทวี บ้านบุเจ้าคุณ อ.วังน้ำเขียว นครราชสีมา และท่านเคยจำพรรษาอยู่ที่วัดแพร่ธรรมาราม จ.แพร่ มาก่อน

ตอนออกจากบ้านขณะนั่งรถผมได้หยิบเอาสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ที่จะนำถวายท่าน ขึ้นมาอธิษฐานและส่งจิตไปถึงท่านก่อน ปรากฏว่า มีคลื่นพลังเย็นนุ่มนวล เป็นพลังของพระอริยเจ้าที่ประมาณมิได้ หลั่งไหลเข้ามาที่ผม ในขณะเดียวกัน คุณอ้อ(ลูกศิษย์ท่าน)ก็ได้อธิษฐานจิตส่งไปถึงท่านในเวลาดังกล่าวโดยไม่ได้นัดหมาย และได้รับคลื่นพลังเช่นเดียวกัน เป็นอันว่ามีพยานยืนยันในการรับรู้ของท่าน

หลังจากได้กราบท่านแล้ว พวกเราถวายปัจจัยแก่ท่าน และผมได้นำสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำขึ้นมา ท่านกล่าวว่า มีอะไรพิเศษมาถวายหลวงพ่อใช่ไหม ผมจึงตอบท่านว่า ครับ "เป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โตครับ" ท่านรับไปพิจารณาสักครู่ ท่านจึงกล่าวอนุโมทนาสาธุ รวมทั้งพระผู้ดูแลท่านและญาติธรรมจำนวนมากได้ร่วมกันกล่าวสาธุ สาธุ สาธุ หลังจากนั้นท่านเอาสร้อยประคำเก็บในกระเป๋าอังสะของท่านทันที (ช่วงหลังท่านยังเอาออกมาอวดญาติธรรมอีกครั้ง ว่าเป็นของพิเศษ) หลังจากท่านได้รับประคำแล้ว ท่านเมตตาจับกระหม่อมขยำๆและให้พรผมอยู่หลายนาที ตลอดเวลาตั้งแต่ทุ่มกว่าถึงสี่ทุ่ม ผมได้ถวายการนวดขาให้ท่านนานเกือบสองชั่วโมง และญาติธรรมยังได้รับพระรูปหล่อของท่านคนละหนึ่งองค์ ท่านบอกว่า "รุ่นเศรษฐีร้อยล้าน" ดังภาพข้างบนครับ

ผมได้ไปกราบท่านเป็นครั้งแรก แต่ได้รับความเมตตาจากท่านมากมาย ญาติธรรมท่านอื่นๆก็เช่นกัน นี่แหละความเมตตาของพระผู้พ้นแล้ว ย่อมประมาณมิได้ และเมตตาผู้คนเสมอเหมือนกันทุกคน....

คลื่นพลังของผู้พ้นแล้ว ผู้ถึงแล้ว จึงเป็นคลื่นพลังพุทธะ เป็นกระแสเย็น ลูกพระพุทธเจ้าทุกคน เมื่อถึงเวลา ย่อมรับกระแสคลื่นดังกล่าวได้กันทุกคน ขออนุโมทนา
..............................................................................................................


ปล. ข่าวล่าสุด ดร.ณัฐชัย ไปพบสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำปลอมระบาดออกมาล็อตละไม่ต่ำกว่า 50 เส้น จึงโปรดระวัง.... (กันยายน 2554)

...................................................................................................................................


วิเคราะห์สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำปลอม
โดย ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล
จากบล็อก พระกริ่งปวเรศ พระเครื่อง สมเด็จโต พ.ศ.2382 - พ.ศ.2434: 141. วิเคราะห์สร้อยประคำเหล็กไหลไ ดังนี้

141. วิเคราะห์สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ-ปลอมเลียนแบบ


สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ของหลวงปู่โต วัดระฆัง อธิษฐานจิต สร้างขึ้นใน พ.ศ.2407 และ พ.ศ.2408 ปีละ 3 วาระ รวม 6 วาระที่สร้างและอธิษฐานจิต

เมื่อมีของแท้เหตุไฉนจะไม่มีของปลอม ทำเลียนแบบของแท้ ทำปลอม พ.ศ.2536 เมื่อ 18 ปีที่แล้ว แต่ไม่มีใครรู้จัก พยายามโหมทำการตลาดก็ไม่มีใครสนใจ จวบจนกระทั่งผู้เขียนพบ และญาติธรรมหลายๆท่านที่ได้ตรวจสอบแล้วว่าใช่จริง ต่างแย่งกันเก็บสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของแท้ ทำให้สินค้าของแท้ขาดตลาด มีแต่ของปลอมที่หลงเหลืออยู่มากมาย ผู้ที่ไม่สามารถสัมผัสหรือตรวจสอบได้ต่างจ่ายเงินเก็บไว้ คิดว่าใช่เพราะมองแล้วเหมือน ทั้งๆที่จริงได้เพียงแค่เหมือน แต่ไม่เหมือน เพราะเป็นของเก๊-ปลอมที่ไม่มีพลังพุทธานุภาพ ของแท้สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำมี 3 ขนาด ของปลอมก็ได้เลียนแบบมีเม็ด 3 ขนาดเช่นกัน
ผู้เขียนจึงได้ลงทุนซื้อของปลอมมาให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษา เพื่อที่จะได้ไม่ถูกหลอกซื้อเก็บมา เพราะเป็นแม่เหล็กที่เลียนแบบโลหะธาตุกายสิทธิ์ และไม่มีพลังพุทธานุภาพใดๆ



รูปที่ 1
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือของปลอม
- สร้อยประคำฯ ขวามือของแท้ เป็นสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำที่ผู้เขียนห้อยฯประจำ





รูปที่ 2
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือ(ปลอม)มีขนาดเท่ากัน
- สร้อยประคำฯ ขวามือ(แท้) มีขนาดดูเหมือนเท่ากัน แต่หากดูให้ดีๆ จะเห็นว่าไม่เท่ากัน

การลงรักติดทอง
- สร้อยประคำฯ ซ้ายมือ(ปลอม) รักที่ลงเป็นสีดำและติดทองคำเปลวทับอีกชั้นหนึ่ง
- สร้อยประคำฯ ขวามือ (แท้) รักโบราณจะมีสีแดงเลือดหมู เส้นนี้ผู้เขียนใส่มาได้ระยะหนึ่งทำให้รักสีเลือดหมูและทองคำเปลวสึกลดน้อยลงเมื่อเทียบกับเส้นซ้ายมือ






รูปที่ 3 สร้อยประคำฯ เลียนแบบ (ของปลอม) หน้าตาภาพรวมเป็นแบบนี้ของปลอมเดิมๆเป็นแบบนี้ และที่พบภายหลังมีสร้อยประคำฯของปลอมคนขายรู้ทันได้ตัดภู่สีแดงที่มีหน้าตาแบบนี้ออกเหลือเชือกที่ร้อยติดกับเม็ดประคำเม็ดบนยาวประมาณ 1 เซนติเมตร






รูปที่ 4 ขยายให้เห็นชัดๆว่า สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของปลอม-เก๊ เลียนแบบ ไม่ว่าจะเม็ดเล็กหรือเม็ดใหญ่ หากพบรีบเดินหนีให้ห่างๆ






รูปที่ 5 ตัดเชือกที่ร้อยสร้อยประคำฯของปลอมเก๊เรียนแบบ ให้เห็นกันชัดๆว่าเป็นอย่างไร
- รักของปลอมจะเป็นสีดำ ของแท้จะเป็นสีแดงเลือดหมู
- ขนาดเม็ดประคำของปลอมฯ ใกล้เคียงกันทุกเม็ด
- รูของสร้อยประคำฯ ปลอม รูจะใหญ่ทุกเม็ด
- เชือกที่ร้อยส่วนใหญ่เป็นเชือกสีดำ มีส่วนน้อยที่เป็นสายเอ็น



......................................................................................................................................................................


วาระการเปิดประมูลสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ
เพื่อสร้างศาลาปฏิบัติธรรม ณ ภูดานไห ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
28 สิงหาคม 2554 จากเว็บพลังจิต
ดร.นนต์ ผู้ให้ประมูล
...................................................

วันนี้เป็นวันดีที่ได้รับรู้ข่าวดีและมงคลหลายเรื่อง และยังเป็นวันพระใหญ่แรม 14 ค่ำ เดือน 9 อีกด้วย ผมจึงมีความยินดีที่จะแจ้งความประสงค์ที่ออกมาจากจิตภายในของตัวเองแล้วว่า

สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นนี้ มีความสำคัญเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นสิ่งมงคลสูงสุดสำหรับนักปฏิบัติ เป็นผู้มีบุญบารมี และมีกำลังทรัพย์ เพราะผมปรารถนาอัญเชิญท่านมาเพื่อการประมูลหาปัจจัยเพื่อนำไปสร้างสร้างศาลาปฏิบัติธรรมและหอฉัน ณ ภูดานไห เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา

ตามที่ ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนชัย ได้ขอความสงเคราะห์จากพระเบื้องบน ตรวจสอบว่า มีสร้อยประคำเหล็กไหลสร้างมาทั้งหมดกี่เส้น ซึ่งได้รับคำตอบว่า มีประมาณ 32 เส้น(วาระแรก) และมีเพิ่มเติมในวาระเดียวกันอีกเล็กน้อย และได้กลับไปอยู่กับเจ้าของเดิมผู้สร้างหมดแล้ว จึงไม่น่าจะมีหลงเหลือในตลาดอีกแล้ว

ดังนั้น สร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำเส้นนี้ จึงขออนุญาตพระเบื้องบน เพื่อนำออกมาเปิดประมูลเพื่อการกุศลดังกล่าว เพียงเส้นเดียวและวาระเดียวเท่านั้น (เฉพาะการสร้างศาลาฯ ส่วนการสร้างเจดีย์นั้นจะมีอีกวาระหนึ่ง แต่ราคาประมูลจะอยู่ที่หลักล้านขึ้นไปถึงพันล้าน) ซึ่งปัจจัยในการสร้างศาลาฯ ยังคงขาดเหลือประมาณแสนกว่าบาท ดังนั้นความเหมาะสมในการประมูลในวาระนี้ จึงอยู่ที่ราคาเริ่มต้น 100,000 บาท เงินทั้งหมดจะนำไปถวายพ่อแม่ครูอาจารย์ และจะให้ท่านไปรับจากมือพ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยตัวท่านเอง ผู้ที่จะประมูลได้นั้น จะต้องมีความเชื่อมั่นโดยการพิสูจน์และสัมผัสด้วยญาณในของตัวเองเท่านั้น จึงขอสงวนไว้ แม้ผู้ใดจะมีเงิน แต่ไม่สามารถสัมผัสและเชื่อด้วยตนเองได้ เราก็จะไม่มอบให้ท่าน เพราะมันจะเกิดกรรมตามมาในภายหลัง

สร้อยแต่ละเส้น มีพรหมรักษา 12 องค์ เทวดา 12 องค์ ฤาษี 3 องค์ และนาค 110 องค์ ตามที่ ดร.ณัฐชัยได้ตรวจสอบแล้ว หรือท่านจะนำไปตรวจสอบทางในอีกครั้ง เราก็ยินดีครับ

ขออนุโมทนากับเจ้าของตัวจริงล่วงหน้าครับ
ดร.นนต์







......................................................................................................................................................................

ผู้ประมูลสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ
จากข้อความเดิมของ ดร.นนต์ หรือ nontayan
http://board.palungjit.com/f131/หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร-ฝัน-231506-218.html

ขออนุโมทนาบุญกับทั้งท่านนครและญาติธรรม ท่านสันติที่ร่วมทำบุญผ่านมาทางผม และท่านผู้มีบุญชื่อยาวในเว็บอร์ดนี้ คือคุณ chantasakuldech....ผู้ประมูลสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำ ซึ่งผมขอถวายพระนามว่า "องค์สร้างบารมีธรรม" ที่ผมได้เปิดประมูลตามจิตที่ผุดขึ้นมาว่าท่านผู้นี้จะเป็นผู้ประมูล และเปิดราคาบุญบารมีเป็นฤกษ์ดีที่ 100,000 บาท ตามที่จิตบอก แต่ผู้มีบุญก็มีญาณสัมผัสในจิตของท่านผุดขึ้นมาว่า จะอยู่ที่ 132,000 บาท (ผมจำตัวเลขไม่ได้ทั้งหมด) อีกทั้งพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ทราบล่วงหน้าแล้วทุกประการ

ผมจึงขออนุโมทนากับผู้มีบุญบารมีทุกท่านอีกครั้งครับ สาธุ


................................................................................................................................

พ่อแม่ครูอาจารย์ถวายสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำแด่หลวงปู่หงษ์
พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ได้ถวายปัจจัยและสร้อยประคำเหล็กไหลไพลดำของหลวงปู่โต แด่หลวงปู่หงษ์ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2554 ในคราวธรรมสัญจรเพื่อไปโปรดเหล่านักรบธรรม




(005) พระสมเด็จวัดระฆังจากใต้ฐานรูปหล่อหลวงปู่โตปี 2397 และ 2398


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฐนนต์ สิปปภากุล




ผมได้รับความอนุเคราะห์จากผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัทซีพี และเป็นผู้ที่สะสมพระเครื่องมากอีกผู้หนึ่งของเมืองไทย ได้ส่งภาพรูปหล่อของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เนื้อโลหะ ขนาดหน้าตักประมาณ 9 นิ้ว จำนวน 2 องค์ ใต้ฐานจารึกปีที่สร้างองค์แรกปี พ.ศ. 2397 องค์ที่สองปี พ.ศ. 2398 ใต้ฐานรูปหล่อแต่ละองค์บรรจุพระสมเด็จวัดระฆังและวัดเกศไชโย หลากหลายพิมพ์ รวม 19 องค์ ส่วนใหญ่เป็นพิมพ์นิยม นับเป็นพระแท้อีกชุดหนึ่งที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อน จึงขอขอบคุณท่านผู้อาวุโสอีกครั้งสำหรับวิทยาทานในครั้งนี้ ก็ลองเปิดใจศึกษาดูเอาเองนะครับ





พระสมเด็จวัดระฆัง 17 องค์ และพระเกศไชโย 2 องค์ เนื้อผงผสมใต้ฐานรูปหล่อหลวงปู่โตปี 2397





พระสมเด็จวัดระฆัง เนื้อผงผสมปูน 19 องค์ ใต้ฐานรูปหล่อหลวงปู่โตปี 2398

พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม ที่ผู้เขียนได้รับมาจากใต้ฐานรูปหล่อหลวงปู่โตขนาดเกือบเท่าคนจริง จารึกปีที่สร้างปี 2397 ซึ่งผมได้รับมาจากทายาทของผู้อาวุโสอีกท่านหนึ่ง ที่ได้รับรูปหล่อมาจากใต้วิหารวัดระฆัง ซึ่งหลวงปู่โตบอกว่า รูปหล่อนี้อยู่กับท่านจนวาระสุดท้ายของท่าน (ทราบจากผู้มีญาณท่านหนึ่ง) พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ฐานแซมชุดนี้ ผมพึ่งอัญเชิญแกะออกมาเมื่อเร็วๆนี้ สภาพของพระจึงดูเหมือนพระใหม่ ด้านหลังมีคราบของน้ำมันมะพร้าวที่ทาพิมพ์ซึ่งเป็นเทคนิคการหล่อพิมพ์งานประติมากรรมทั่วไป เนื้อหามีมวลสารครบถ้วน มีคราบแป้งแคลเซียมผุดอยู่หน้าผิวพระอย่างชัดเจน เนื้อปูนแกร่งหนึกนุ่ม คล้ายแก่ข้าวสุก คล้ายเนื้อขนมเข่ง เป็นข้อพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆังอีกประการหนึ่ง มีผู้ตรวจสอบภายในแล้ว หลวงปู่โตอนุญาตให้แกะออกมาได้ และมีผู้นิมิตว่า พระชุดนี้มีพลานุภาพช่วยให้มีเงินทองขึ้นมาได้ ก็น่าอัศจรรย์ดี (เป็นความเชื่อส่วนตัว) ก็ลองชมดูนะครับ